ไอพรชิเทกิไซซัง รีวิว
TH EN
หน้าแรก หนัง ซีรีส์ บทความ
รีวิวซีรีส์ รีวิว

ทรอย วิบัติแห่งเมือง: ฝีมือการเล่าเรื่องที่พลาดเป้าหรือแหวกแนว?

ซีรีส์ฟอร์มยักษ์จาก Netflix ที่พาเรากลับไปสู่ตำนานสงครามทรอย แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก งานแสดง การดำเนินเรื่อง และการตีความที่แตกต่าง ทำให้เกิดคำถามว่า มันสมควรถูกจดจำในฐานะอะไรกันแน่?

A
1 ก.ค. 2026 · 4 นาทีอ่าน
👁 47
ทรอย วิบัติแห่งเมือง
ทรอย วิบัติแห่งเมือง
Troy: Fall of a City
📅 2018 📺 1 ซีซัน · 8 ตอน 🎬 บู๊, ผจญภัย, หนังชีวิต, สงครามและการเมือง
5.8
/ 10
คะแนนจาก TMDB

เมื่อ Netflix ประกาศสร้างซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่ดัดแปลงจากมหากาพย์อีเลียดของโฮเมอร์ หลายคนคงคาดหวังว่าจะได้เห็นภาพสงครามทรอยที่ยิ่งใหญ่สมจริง แต่ ทรอย วิบัติแห่งเมือง (Troy: Fall of a City) กลับนำเสนออะไรที่แตกต่างออกไป ด้วยการตีความใหม่ที่เน้นมุมมองของตัวละครที่มักถูกมองข้าม ทำให้เกิดทั้งเสียงชื่นชมและเสียงตำหนิอย่างรุนแรง เราจะมาวิเคราะห์กันว่า ซีรีส์เรื่องนี้สมควรได้รับโอกาสหรือไม่

เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)

ซีรีส์เริ่มต้นด้วยปารีส (Louis Hunter) ชายหนุ่มเลี้ยงแกะผู้ค้นพบว่าตนเองคือเจ้าชายแห่งทรอยที่ถูกทิ้งตั้งแต่เด็ก หลังจากได้รับคำทำนายจากนักพยากรณ์ เขาเดินทางไปสปาร์ตาและได้พบกับเฮเลน (Bella Dayne) ราชินีผู้งดงาม ทั้งคู่ตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็ว และการตัดสินใจหนีตามกันไปก็นำไปสู่สงครามที่ยาวนานถึงสิบปี ซีรีส์ดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของหลายตัวละคร ทั้งกษัตริย์ไพรแอม (David Threlfall) ที่พยายามปกป้องเมือง ฮีคเตอร์ (Tom Weston-Jones) เจ้าชายนักรบผู้รอบคอบ และโอดีสเซียส (Joseph Mawle) ราชาแห่งอิธากาผู้เจ้าเล่ห์ โดยเรื่องราวจะพาเราไปจนถึงจุดจบอันน่าสลดของเมืองทรอย

งานการแสดงและตัวละคร

นักแสดงในเรื่องนี้มีทั้งที่โดดเด่นและที่ทำให้ผิดหวังปนกันไป David Threlfall ในบทกษัตริย์ไพรแอม แสดงถึงความรักที่ท่วมท้นและความอ่อนแอของผู้นำที่ต้องเลือกระหว่างครอบครัวกับประชาชนได้อย่างน่าประทับใจ Tom Weston-Jones ในบทฮีคเตอร์ ก็ถ่ายทอดความขัดแย้งภายในของนักรบผู้ภักดีแต่กลับต้องเผชิญกับชะตากรรมที่โหดร้ายได้ดีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม Louis Hunter ในบทปารีส กลับถูกวิจารณ์ว่าขาดเสน่ห์และไม่สามารถสื่อถึงความหลงใหลที่ทำให้เกิดสงครามได้ ในขณะที่ Bella Dayne ในบทเฮเลน ก็ยังไม่สามารถทำให้ผู้ชมเชื่อว่าเธอคือ 'ผู้หญิงที่ทำให้เรือหนึ่งพันลำถูกปล่อยลงน้ำ' ได้เต็มที่

งานกำกับ ภาพ และดนตรี

งานภาพของซีรีส์นี้ทำได้ดีในหลายฉาก โดยเฉพาะการถ่ายทำที่ประเทศแอฟริกาใต้ที่ให้บรรยากาศทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้อย่างสวยงาม ฉากสงครามแม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่าภาพยนตร์เรื่อง Troy (2004) แต่ก็มีความดิบและสมจริงในแบบของตัวเอง โดยเฉพาะการเน้นความโหดร้ายของสงครามมากกว่าความกล้าหาญ ดนตรีประกอบโดย Rob Lane ช่วยเสริมอารมณ์ได้ดีในหลายตอน อย่างไรก็ตาม จังหวะการดำเนินเรื่องที่ช้าในบางตอนและการตัดต่อที่ไม่กระชับอาจทำให้ผู้ชมบางส่วนรู้สึกเบื่อ

บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ

สิ่งที่ทำให้ ทรอย วิบัติแห่งเมือง แตกต่างจากงานดัดแปลงอื่น ๆ คือการพยายามให้เสียงกับตัวละครที่มักถูกมองข้าม เช่น ผู้หญิงและคนรับใช้ ซีรีส์ตั้งคำถามถึงแนวคิดเรื่องเกียรติยศและความรักในแบบที่ไม่คุ้นชิน ซึ่งอาจทำให้แฟน ๆ ตำนานดั้งเดิมรู้สึกไม่พอใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดมุมมองใหม่ที่น่าสนใจ กองบรรณาธิการมองว่าซีรีส์นี้มีความกล้าที่จะตีความใหม่ แต่ก็ต้องแลกกับการสูญเสียความยิ่งใหญ่และเสน่ห์ของมหากาพย์เดิมไปบ้าง จุดเด่นคือการสร้างตัวละครที่มีมิติมากขึ้น โดยเฉพาะเฮคิวบา (Frances O'Connor) และแอนโดรมาคี (Chloe Pirrie) ที่ถูกเขียนให้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่อง

สรุป

ทรอย วิบัติแห่งเมือง เป็นซีรีส์ที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบการเล่าเรื่องที่แตกต่างและเปิดใจรับการตีความใหม่ในตำนานคลาสสิก แต่ถ้าคุณคาดหวังความมันส์แบบ <em>300</em> หรือความยิ่งใหญ่แบบภาพยนตร์ปี 2004 คุณอาจผิดหวัง โดยรวมแล้วเป็นผลงานที่กล้าแตกต่าง แต่ก็ต้องแลกกับความไม่สมบูรณ์แบบในหลายจุด

ภาพจากหนัง

ทรอย วิบัติแห่งเมือง
ทรอย วิบัติแห่งเมือง
ทรอย วิบัติแห่งเมือง
ทรอย วิบัติแห่งเมือง

👍 จุดเด่น

  • +การตีความใหม่ที่ให้ความสำคัญกับตัวละครรองและผู้หญิง
  • +งานภาพสวยงาม สมจริง แม้งบไม่สูงเท่าภาพยนตร์
  • +การแสดงของ David Threlfall และ Tom Weston-Jones โดดเด่น
  • +ดนตรีประกอบช่วยเสริมอารมณ์ได้ดี

👎 จุดด้อย

  • การดำเนินเรื่องช้าและบางตอนยืดเยื้อ
  • นักแสดงนำอย่าง Louis Hunter และ Bella Dayne ยังขาดเสน่ห์ที่ควรมี
  • แฟนตำนานอาจไม่พอใจกับการตีความที่เบี่ยงเบนจากต้นฉบับ
  • ฉากสงครามไม่ยิ่งใหญ่เท่าที่คาดหวัง

นักแสดงนำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ซีรีส์เน้นการเล่าเรื่องจากมุมมองของตัวละครหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝั่งทรอยและผู้หญิง ต่างจากหนังที่เน้นอคิลลีสและความกล้าหาญ นอกจากนี้ซีรีส์ยังมีเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับมหากาพย์เดิมมากกว่า รวมถึงการมีเทพเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง

มีทั้งหมด 8 ตอน จบในซีซันเดียว

สร้างจากมหากาพย์อีเลียดของโฮเมอร์ ซึ่งเป็นวรรณกรรม ไม่ใช่บันทึกประวัติศาสตร์ แม้เชื่อกันว่าสงครามทรอยอาจมีพื้นฐานจากเหตุการณ์จริง แต่รายละเอียดส่วนใหญ่เป็นตำนาน

ซีรีส์ได้รับคะแนนค่อนข้างต่ำ (5.75/10 จาก TMDB) โดยคำวิจารณ์หลักคือการดำเนินเรื่องช้าและการแสดงที่ไม่น่าประทับใจของนักแสดงนำ แต่ก็มีบางส่วนที่ชื่นชอบการตีความใหม่และการให้ความสำคัญกับตัวละครหญิง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเด็กมัธยมปลาย 5 คนคลั่งจินตนาการภารกิจกู้โลก! รีวิว ‘ชมรมคนไม่เต็ม’ ซีรีส์อนิเมะป่วนสะท้านโรงเรียน
รีวิว

เมื่อเด็กมัธยมปลาย 5 คนคลั่งจินตนาการภารกิจกู้โลก! รีวิว ‘ชมรมคนไม่เต็ม’ ซีรีส์อนิเมะป่วนสะท้านโรงเรียน

‘ชมรมคนไม่เต็ม’ ซีรีส์อนิเมะแนวคอมเมดี้จูนิเบียวที่พาเราย้อนวันวานวัยรุ่นกับ 5 หนุ่มผู้หลงใหลในจินตนาการสุดขั้ว และสาวน้อยผู้ต้องมาคอยจัดการความป่วนนี้ งานนี้ทั้งฮาและอบอุ่นหัวใจ เหมาะกับคนอยากดูอะไรเบาสมอง

Admin· 11 ก.ค. 2026 ·4 นาที
เมื่อฝันร้ายในอดีตกลายเป็นปริศนาฆาตกรรม: รีวิวซีรีส์ 'หุ่นลวงเชือด' (허수아비)
รีวิว

เมื่อฝันร้ายในอดีตกลายเป็นปริศนาฆาตกรรม: รีวิวซีรีส์ 'หุ่นลวงเชือด' (허수아비)

อาชญากรรมที่บิดเบี้ยว ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน และการตามล่าฆาตกรต่อเนื่องที่ทำให้คุณต้องลุ้นทุกตอน

Admin· 11 ก.ค. 2026 ·4 นาที
สอดสร้อยมาลา: เมื่อมิตรภาพในราชสำนักถูกเขย่าด้วยรักสามเส้า ซีรีส์ที่ควรค่าแก่การดู
รีวิว

สอดสร้อยมาลา: เมื่อมิตรภาพในราชสำนักถูกเขย่าด้วยรักสามเส้า ซีรีส์ที่ควรค่าแก่การดู

จากความสัมพันธ์ของนักเต้นรำหลวงสองคน สู่จุดเปลี่ยนที่นำไปสู่ความแตกแยก 'สอดสร้อยมาลา' ถ่ายทอดอารมณ์อันซับซ้อนและการแสดงที่ตรึงใจ เรื่องราวที่สะท้อนทั้งความรักและความเสียสละในรั้ววัง

Admin· 11 ก.ค. 2026 ·4 นาที
อเมริกัน ฮอร์เรอร์ สตอรี่: ซีรีส์สยองขวัญที่สะกดทุกความกลัวให้กลายเป็นภาพหลอนที่คุณไม่มีวันลืม
รีวิว

อเมริกัน ฮอร์เรอร์ สตอรี่: ซีรีส์สยองขวัญที่สะกดทุกความกลัวให้กลายเป็นภาพหลอนที่คุณไม่มีวันลืม

13 ซีซั่นแห่งความสยองขวัญที่พลิกโฉมวงการซีรีส์ ด้วยการเล่าเรื่องที่ดุดันและชั้นเชิงทางศิลปะที่เหนือชั้น ถึงเวลาทบทวนว่าเหตุใด American Horror Story ยังคงเป็นตำนานที่ไม่มีใครเทียบได้

Admin· 11 ก.ค. 2026 ·4 นาที